<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://dviz.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://dviz.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี คิกออฟ “WebD” แพลตฟอร์ม AI สกัดเว็บฯ เถื่อน ปิดกั้นได้เพิ่มขึ้นกว่า 70 %]]></title>
<link>https://dviz.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/410833</link>
<guid isPermaLink="false">0d3a8783fc87d936018e03dfd98e6d7c</guid>
<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 15:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 6/2568 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 14 อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT<br />
นายประเสริฐ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลไทย โดยกระทรวงดีอี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นเจ้าภาพการจัดงาน &ldquo;The 3rd Global Forum on the Ethics of AI 2025&rdquo; ร่วมกับ ยูเนสโก ได้รับการตอบรับที่ดี พร้อมทั้งคำชื่นชมจากยูเนสโก ผู้นำประเทศ และเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี<br />
ทั้งนี้กระทรวงดีอี พร้อมเดินหน้าการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักการการกำกับดูแลด้วยจริยธรรม AI โดยขณะนี้ได้ดำเนินการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการระงับการแพร่หลายและตรวจสอบการเข้าถึงเว็บไซต์ผิดกฎหมาย หรือที่เรียกว่า &ldquo;WebD Project&rdquo; ในรูปแบบแพลตฟอร์ม<br />
สำหรับ แพลตฟอร์ม &ldquo;WebD&rdquo; เป็นแพลตฟอร์มเร่งรัดกระบวนการระงับเว็บไซต์ผิดกฎหมายซึ่งมีมากกว่า 100,000 URLs ต่อปี โดยใช้เทคโนโลยี AI และ RPA ในการค้นหา เก็บหลักฐาน สร้างคำร้องต่อศาลแบบ Paperless และส่งคำสั่งไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) โดยอัตโนมัติ พร้อมมีระบบ &quot;URLs Checker&quot; เพื่อตรวจสอบการปิดกั้นอย่างต่อเนื่อง<br />
ในส่วนจุดเด่นของแพลตฟอร์มดังกล่าว พบว่าสามารถทำงานได้เร็วกว่าเจ้าหน้าที่ถึง 31.5 เท่า ช่วยลดขั้นตอนการยื่นคำร้องต่อศาลลงได้ 5 วันทำการ และคาดว่าจะเพิ่มจำนวน URLs ที่ถูกสั่งปิดในปี 2568 ได้ถึงร้อยละ 70.7 จากเดิมในปี 2567 (โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นวันละ 175 URLs)<br />
นอกจากนี้ &ldquo;WebD&rdquo; ยังมีระบบค้นหาและจัดเก็บหลักฐานเว็บไซต์ผิดกฎหมาย (AI Crawler) ซึ่งใช้ในการตรวจสอบ URLs ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย (เทียบเท่าการทำงานโดยเจ้าหน้าที่จำนวน 94 คน) ก่อนส่งต่อไปยังระบบแอปพลิเคชัน สำหรับตรวจสอบ/กลั่นกรองเว็บไซต์ผิดกฎหมาย และเข้าสู่กระบวนการยื่นคำร้องต่อศาล (สร้างคำร้องส่งต่อไปยังศาลอาญาผ่านระบบออนไลน์) กระบวนการสั่งปิด (ระบบส่งคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) และกระบวนการปรับพินัย โดยเป็นการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี AI ร่วมกับการทำงานของเจ้าหน้าที่<br />
&ldquo;การใช้งานแพลตฟอร์ม WebD จะช่วยให้กระบวนการทำงานในการระงับ ปิดกั้นเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมายสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเว็บไซต์ผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการก่ออาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงดีอีให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาญากรรมทางเทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อประชาชน&rdquo; รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว&nbsp;<br />
ขณะเดียวกันที่ประชุมฯ ยังได้มีการพิจารณาประเด็นที่สำคัญ ดังนี้<br />
1.การเร่งรัดดำเนินการใช้งาน แพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง &ldquo;DE-fence platform&rdquo; อย่างเต็มระบบ ซึ่งขณะนี้เปิดให้ประชาชนได้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใช้งานในระบบ BETA และเตรียมพร้อมให้ประชาชนใช้งานเต็มระบบในเร็วๆนี้<br />
สำหรับ &ldquo;DE-fence platform&rdquo;เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในการแจ้งเตือนประชาชน ช่วยในการคัดกรองสายเรียกเข้า และข้อความสั้น (SMS) ของคนร้าย รวมถึงช่วยยืนยันเบอร์โทรจากหน่วยงานสำคัญ เช่น ตำรวจ หรือ สถาบันการเงิน เป็นต้น<br />
2.การติดตามตรวจสอบเรื่องข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศ ไทย-กัมพูชา กระทรวงดีอี โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ได้ประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างใกล้ชิด โดยได้ตรวจสอบข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม/บิดเบือน 42 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการส่งปิดกั้นรวม 29 URLs เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชน<br />
3.การแจ้งเตือนเรื่องภัยพิบัติ และภัยทางธรรมชาติ ขณะนี้กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมได้ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเข้ากับแอปพลิเคชัน &quot;ทางรัฐ&quot; เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกอบด้วยการให้บริการ 3 ประเภท ได้แก่ พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน เส้นทางเดินพายุ และข้อมูลแผ่นดินไหว<br />
ข้อมูล&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</p>
]]></description>
<enclosure url='https://dviz.prd.go.th/th/file/get/file/20250731289e44c2e5a60f858a38f6de32e86d46153726.jpg' type='image/jpg' length='474589' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี เตรียมเดินหน้า 5 ภารกิจขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัล ในทุกมิติ]]></title>
<link>https://dviz.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/371057</link>
<guid isPermaLink="false">81c7e3ce924ce4f4779e2b161696fc5a</guid>
<pubDate>Fri, 07 Mar 2025 13:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(5 มี.ค. 68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล<br />
เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 2/2568 เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกด้านการให้บริการประชาชน ตามข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปัจจุบันกระทรวงดีอีเตรียมที่จะร่วมกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ดำเนินการเชื่อมโยงการใช้ระบบ e-Office เพื่อบูรณาการการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษ (Paperless) สนับสนุนระบบการทำงานและบริหารจัดการภายในองค์กรของ สปน.<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE&nbsp;<br />
ได้หารือร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) เตรียมขยายโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพื่อการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในสาขาของ ปณท. ที่มีศักยภาพในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้คนในชุมชนได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เรียนรู้ และใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการสร้างรายได้ สร้างอาชีพเพิ่มขึ้น</p>

<p>พิจารณา 5 ประเด็นหลักเตรียมขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล<br />
การประชุมครั้งนี้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานของกระทรวงดีอี โดยมีวาระในการร่วมพิจารณา 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;1. การพัฒนาระบบฐานข้อมูล Big Data กองทุนหมู่บ้าน โดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI จะดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เพื่อการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งระบบที่พัฒนาขึ้นได้มีการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลจากกองทุนหมู่บ้าน 79,610 แห่งทั่วประเทศ สำหรับใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการในรูปแบบ dashboard ซึ่งจะใช้เทคโนโลยี AI สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูล ผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม Big Data เช่น City Data Platform (CDP) ที่ใช้ในการบริหารจัดการและการพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์กองทุนหมู่บ้าน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;2. การดำเนินงานของศูนย์กลางข้อมูลสถิติด้านดิจิทัลของประเทศไทย (Thailand Digital Data Center (TDDC)) ภายใต้คณะทำงานจัดทำข้อมูลสถิติด้านดิจิทัลของประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) จัดทำศูนย์ TDDC ขึ้น ในรูปแบบของบัญชีรายการข้อมูล (Data Catalog Concept) บนเว็บไซต์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งจะประกอบด้วย การรวบรวมรายการข้อมูล ดัชนี/ตัวชี้วัดตามชุดตัวชี้วัดสากลหน่วยงานรัฐต่าง ๆ เช่น WDCR ADIX OECD Toolkits เป็นต้น รวมทั้งรวบรวมรายการตัวชี้วัดตามแผน &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ระดับต่าง ๆ ด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ Dashboard เพื่อใช้วิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละชุดตัวชี้วัด และเผยแพร่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปใช้งานได้ที่ Website &ldquo;tddc.gdcatalog.go.th&rdquo; (ปัจจุบันมีชุดข้อมูลทั้งหมด 237 ชุดข้อมูล ณ วันที่ 28 มกราคม 2568)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;3. การดำเนินโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2568 สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เตรียมจัดทำโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประชากรทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศ ตามที่อยู่จริง เพื่อให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากร โครงสร้างอายุและเพศ&nbsp;<br />
การกระจายตัว และลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญของประชากร รวมถึงลักษณะของที่อยู่อาศัยของประชากร โดยใช้เป็นฐานข้อมูลด้านประชากรและเคหะ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย วางแผน และติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงจัดหาสาธารณูปโภค และบริการภาครัฐให้แก่ประชาชนได้ตรงตามความต้องการอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ สสช. จะดำเนินการจัดทำโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ในรูปแบบ Digital Census โดยประชาชนสามารถตอบแบบสอบถามผ่านทางออนไลน์ ร่วมกับแอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; ระหว่างวันที่ 1 &ndash; 20 เมษายน 2568 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการให้ข้อมูล ซึ่งจะมีการชี้แจงรายละเอียดช่องทางการเก็บข้อมูล และวิธีการร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งร่วมกับ&nbsp;<br />
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ในช่วงระหว่างวันที่ 21 เมษายน &ndash; 19 มิถุนายน 2568 เพื่อจัดเก็บข้อมูลของประชาชน ที่อาจจะไม่สะดวก หรือมีปัญหา/อุปสรรคในการตอบแบบสอบถามผ่านออนไลน์<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;4. การขับเคลื่อน (ร่าง) พ.ร.บ. ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด.) หรือ ดีป้า ได้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ครอบคลุมสาขาอุตสาหกรรมเกม แอนิเมชัน คาแรคเตอร์ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ ในปี พ.ศ. 2566 มีสูงถึง 44,236 ล้านบาท โดยเป็นมูลค่าการบริโภคในอุตสาหกรรมเกมถึง 34,288 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 77.5 โดยเป็นการนำเข้าสินค้าและบริการเกมเข้ามาบริโภคแทบทั้งสิ้น&nbsp;<br />
มีสัดส่วนที่ผลิตในประเทศเพื่อบริโภคและส่งออกมีเพียง 886 ล้านบาท ในขณะเดียวกันตลาดเกมไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของอาเซียนและมีอัตราการเติบโตสูง ดังนั้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมให้เป็นอุตสาหกรรม New S-curve (อุตสาหกรรมอนาคต) และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สูงขึ้น จำเป็นต้องมีการวางกลไกและแนวทางการขึ้นทะเบียน กำกับ และการส่งเสริมที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทการส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ โดยแยกจาก&nbsp;<br />
(ร่าง) พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ฉบับใหม่<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;5. ความคืบหน้าของบัญชีบริการดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด.) หรือ ดีป้า ได้จัดทำบัญชีบริการดิจิทัล และเป็นหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบการดิจิทัล (วิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น (Digital Startup)) และบริการดิจิทัล ที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีบริการดิจิทัล โดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ผลักดันเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเป็นหนึ่งในหมวดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการดิจิทัลร่วมพัฒนาระบบราชการไทย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;สำหรับการขึ้นทะเบียนบัญชีบริการดิจิทัล ดีป้า จะทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบการดิจิทัลไทย รวมถึงสินค้าและบริการดิจิทัลที่ขอรับการขึ้นทะเบียน ไม่ว่าจะเป็น Software, Software as&nbsp;<br />
a Service, Digital Content Service, Smart Devices และ Hardware and Firmware ฯลฯ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานตามที่สำนักงานฯ กำหนด เช่น CMMI, ISO สำหรับ Software และ dSURE สำหรับ Smart Devices ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัย การใช้งาน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ มั่นใจข้อมูลถูกจัดเก็บในประเทศไทย โดยประชาชนจะได้รับประโยชน์จากบริการภาครัฐที่ได้รับการยกระดับด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สอดรับกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;พร้อมกันนี้ ดีป้า ยังจัดเตรียมแพลตฟอร์ม TECHHUNT ที่ได้รวบรวมสินค้าและบริการดิจิทัลจากผู้ประกอบการไทยที่มีคุณภาพ ในปัจจุบันมีสินค้าและบริการดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนบัญชีบริการดิจิทัลแล้ว 615 สินค้าและบริการ จาก 91 บริษัท และอยู่ระหว่างการเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้เข้ามาใช้บริการผ่านบัญชีบริการดิจิทัลแล้ว 5,515 หน่วยงาน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://dviz.prd.go.th/th/file/get/file/2025030795dfed1265e5c0b8a435ecbe4ce9ae2a140514.jpg' type='image/jpg' length='98308' />
</item>
</channel>
</rss>
